| Profilo di J.Z.o○.¸¸.♥•´¯`♥•.¸¸.•.>ชีว...FotoBlogElenchi | Guida |
|
29 maggio ดิ แอพเพรนทิส จบไม่สง่างาม เมื่อคืน วันที่ 28 ดิแอพเพรนทิส รายการเรียลลิตี้โชวชื่อดัง ของมหาเศรษฐีชาวมะกัน เพิ่งจะปิดตัวซีซั่นที่สามไป ((ในสหรัฐคาดว่าเป็นซีซั่นที่สี่หรือห้าแล้วครับ)) ................................................................................................... คนแรก "แรนดอล" ดีกรีปริญญาห้าใบจากสถาบันชั้นนำ งานสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศ ทีมของแรนดอลเจอฝนที่ไม่ได้คาดคิด
................................................................................................... คนที่สอง "รีเบ็กก้า" นักข่าวสายธุรกิจการเงินจากชิคาโก แต่ข้อดีของเธอก็มีเยอะเหมือนกัน ในรอบชิงชนะเลิศ ผู้บริหารของ Yahoo ก็ประทับใจเธอมากเหมือนกัน ................................................................................................... เลือกผู้ชนะยากจนนาทีสุดท้าย ในขณะที่รีเบ็กก้าไม่เคยตอบโต้ในลักษณะ "สาดโคลน" เข้าหาแรนดอลเลยแม้แต่ครั้งเดียว ................................................................................................... เพื่อจะเอาชนะเด็กผู้หญิงอย่างรีเบ็กก้า ความผิดหวังเห็นได้จากสีหน้าของผู้บริหารสองคนของทรัมป์ นั่นคือจอร์จ และ แคโรลิน ................................................................................................... ................................................................................................... แต่สุดท้ายแรนดอลก็ทำให้โลกเห็นว่า ทรัมป์ตัดสินใจผิดที่เลือกเขา ทรัมป์ยอมรับความคิดเห็นของแรนดอลเพราะออกปากไปตั้งแต่ต้นแล้ว งานนี้เก่งทั้งคู่ +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ป.ล ขอบคุณพี่ชายผม(พี่ไวส์) สำหรับบทความดีๆครับ 27 maggio Business point of view chapter2 : DTAC work ๆ มีคน request มานะครับสำรับ DTAC ขอบอกว่างานนี้ยากจนถึงยากเกินไป - -" ปกติที่คิดไว้จะเป็นพวก SME นะครับแต่เพื่อเพิ่ม ความหลากหลาย ก็ต้องขอทำดู นั่งหาข้อมูลตั้งแต่เช้าซึ่งปกติไม่เคยตื่น ฮา หลังจากได้ข้อมูลของ DTAC มาแล้วก็
ต้องมานั่งดู annual report อีกครับ เพื่อความชัดเจนของข้อมูลว่า นาย ลิ้งค์ ไม่ได้นั่งเทียนมา รวบรวมข้อมูลไว้พร้อมแล้ว เริ่มลงมือทำ เจอปัญหาครับเขียนไม่ออก งงสิครับ แต่ในที่สุดครับ การลอกไม่เคยปราณีใครน
Chapter2 :: DTAC workๆ
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “ดีแทค” หนึ่งในผู้นำ ด้านการให้การบริการโทรคมนาคมในประเทศไทย โดยให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบความถี่ 800 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เป็นเบอร์ 2 รองจากพี่เบิ้ม AIS
Point Of View BY LInK ไม่ขอเป็น point of view ละกันครับ วันนี้ขอเป็นแนวทางของ DTAC ลอกๆเค้ามาเลยครับ โดยในปัจจุบันเมื่อมอง Trend ของการให้บริการด้าน Voice แล้วจะพบว่า ตัว Service เริ่มที่จะเข้าใกล้จุดอิ่มตัวแล้ว นั่นคืออัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าเริ่มที่จะลดลง แสดงว่าบริการด้าน Voice Service ของ Operator ซึ่งรวมทั้ง DTAC ไม่เพียงพอต่อการขยายตลาดผู้ใช้บริการอีกต่อไปแล้ว นั่นคือผู้ให้บริการจำเป็นที่จะต้องสร้าง Value Added Service หรือ VAS ขึ้นมาเพิ่มในการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งตัว VAS นี่เองที่จะเป็นที่มาของการทำ Research & Development ของผู้ให้บริการ หรือ Operator ต่างๆ ในส่วน Research and Development ของ DTAC จะทำในส่วนของ 1. Consumer Research หรือการศึกษาที่ตัวผู้บริโภคนั่นเอง เนื่องมาจากการที่ VAS (Value Added Service) สามารถที่จะพัฒนาได้อย่างหลากหลายมากในตลาด โดยการที่ทางบริษัท DTAC จะทำการลงทุนไปโดยไม่ศึกษาถึงความต้องการของลูกค้าก่อนก็อาจส่งผลทำให้เดินผิดทางได้ คือ Service ขายไม่ออก เช่น การสร้าง VAS ในลักษณะของการรายงานผลการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล ของ NFL ผ่านทาง SMS แต่ถ้าในประเทศไทยผู้บริโภคไม่ค่อยนิยมกีฬาชนิดนี้ ก็อาจจะขาย Service ไม่ได้ และทำให้การลงทุนไป เกิดการเสียค่าใช้จ่ายไปโดยเปล่าประโยชน์ เป็นต้น ดังนั้นการศึกษาผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับ Operators โดยบริษัท DTAC เองนั้นก็จะมีการทำ Research ในแง่ของการทำ
2. Product Research เนื่องมาจากการที่ Service VAS ของ DTAC ในปัจจุบัน มีอยู่เป็นจำนวนมาก (ประมาณ 2,500 Service เช่น SMS, Voice mail, GPRS-WAP, Audio text, *111, Bug 1113, Content Provider Application ต่าง) ซึ่งรวมทั้งหมดที่ Launch ออกมาตั้งแต่ที่ DTAC ได้มีการให้บริการ VAS ตั้งแต่ในอดีต โดยทาง DTAC จะนำมาทำการ Revise ใหม่ทั้งหมดเพื่อเลือก Service ที่มี Potential สูงในตลาดมาทำการพัฒนาเพิ่มเติม หรือ ทำการต่อยอด เพื่อขยายตลาดให้มีลูกค้าใช้มากขึ้น และในทางกลับกันก็จะทำการเลือก Service ที่มี Potential ต่ำมาทำการ Remove ออกไปจากตลาดเพื่อลด Cost ของบริษัทลง 3. Competitors Research นอกเหนือจากการศึกษา Consumer และ Product ในตลาดแล้ว DTAC ยังมีการ ศึกษาปัจจัยที่อยู่ภายนอกบริษัทด้วย นั่นคือคู่แข่ง อย่า AIS, Orange และ Hutch ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการทำวิจัยในแง่ของ ความพอใจของลูกค้าที่มีต่อ Service ของเราเทียบกับคู่แข่งด้วย ซึ่งหากลูกค้ามีความพอใจใน Service หรือ ปัจจัยบางอย่างของบริษัทคู่แข่งมากว่า ก็ต้องทำการพัฒนาในส่วนนั้นๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยยกตัวอย่างผลการทำ Research เช่นในเรื่องของสัญญาณ ที่เป็นรอง AIS อยู่ ดังนั้นทาง DTAC ต้องมีการเอาจริง เอาจัง และพัฒนาในส่วนนี้
P.S ต้องขอขอบคุณคนที่อ่านจบนะครับ
24 maggio new column "Business point of view" chapter1: Rotiboy ตั้งใจทำ Blog นี้เป็น คอลัมส่วนตัวนะ เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้ Link's blog ก็จะเปลี่ยนเป็น business point of view Column
แล้วยังไงก็ฝากพี่ๆ เพื่อนๆ ช่วยกันเข้ามาอ่านด้วยนะครับ เพราะผมจะ อัพ ทุกสัปดาห์ ขอเริ่มธุรกิจแรกเลยนะครับ
Column 1: Rotiboy กับความร้อนไม่เลิกราของขนมปังอบมาเลย์
หากผ่านไปแถวสยามแสคว์ซอย4 คุณจะเห็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับขนมปังอบ Rotioy ตึกแถวคูหาเล็กๆ แต่มีคนต่อแถวซื้อออกมานอกถนนไม่ต่ำกว่า 10 เมตร ยิ่งในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ อาจต้องรอนานกว่า หนึ่ง ชั่วโมงด้วยซ้ำ ผมค่อนข้างแน่ใจว่าคุณคงไม่เคยเห็นการซื้อขนมด้วยความอดทนแบบนี้มาก่อน
ปรากฎการณ์ Rotiboy (ไมรู้จะใช้คำอะไร) ได้รับการกล่าวขาน ทั้งจากปากต่อปาก และสื่อต่างๆ รวมถึงกระทู้ร้อนๆ ใน
อินเตอร์เนต มีทั้งผู้ที่สนใจ อยากลิ้มลองบ้าง และหลายคนตีความว่าเป็นนดยบายการตลาดจ้างคนมายืนต่อแถว แต่สำหรับคนจุดกระแส(คุณพรเพ็ญ เจ้าของร้าน Rotiboy simsquare) คิดว่านอกจากรสชาติที่อร่อยจริง ก็คงเป็นเพราะ ทำเลทองที่มี
และเธอเองก็ยังก็ยังอาศัย connection ส่วนตัวช่วยโปรโมตทั้งในด้านสื่อและปากต่อปาก ในขณะที่ประเทศต้นตำรับแม้จะขายดี แต่ก็ไม่เท่าบ้านเรา
Ponit of view :: By Link
มันใหม่สำหรับคนไทย คอนเซ็ปต์คือ กลิ่น มันน่าสนใจมาก ดึงดูดลูกค้าให้มาสนใจ เป็น Essitic marketing โปรดักท์ที่ให้ความรู้สึก หนึ่งคือ กลิ่น สองขายความสดใหม่ออกจากเตาเลย อย่างเช่นร้านกาแฟที่ขายกลิ่นออกมาก่อนทำให้เกิดความรู้สึกอยากเข้าร้าน
การเปิดหน้าร้านโล่งทำให้รู้สึกเข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับร้นขนมที่ปิดประตู เพราะให้ความรู้สึกที่เป็น Low cost model
ถ้าจัดดีเกินไปหรือมีห้องที่ปิดสวยหรู ก้จะสร้างความรู้สึกว่าแพง ไม่กล้าเข้า แต่ว่าอันนี้โดยตัวสินค้าเองมันส่ง
ในแง่ของ Marketing promotion ที่เขาเปิดที่สยาม มันก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ ถ้าแบรนด์จะดังๆ จะใช้เครื่องมือทางด้าน Advertising and Promotion โดยตรงด้วยสื่อวงกว้าง ถ้าไม่ได้ก็ต้องใช้เรื่องของ Location มาเป็นตัวขับ
เรื่องของ Word of Mouth มาแรงทุกคนพูดถึง เท่าที่ฟังมาเขาใช้วธีแจกให้กินฟรีก่อนแล้วหลังจากนั้น word of mouth มันออกไป คนเริ่มเข้าแถวเลยมีคนเข้าแถวตาม ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับตลาดเท่านั้นเอง ถามว่าจะใหม่ไปได้ยาวแค่ไหน ผมก็ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าไม่ยาวเท่าไร ได้ยินว่าสินค้าตัวนี้ที่มาเลเซียก้ไม่มีคนมาต่อแถวรอขนาดนั้น
มันกลายเป็นธรรมดาไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของ Product life cycle ถึงวันหนึ่งที่คนไม่รู้สึกว่าใหม่แล้ว ผมว่าปรากฎการณ์พวกนี่ก็คงจะหยุด
ที่ตอนนี้ยังเห็นไม่ชัดนักก็คือ การแข่งขัน ในเมื่อเขาขายดีขนาดนั้น ใครๆก็อยากโดดเข้ามา ไม่นานก็จะมีการแข่งขันกัน ในเรื่องราคาเจอแน่ ผมว่า Life cycle เอง ถ้าคู่แข่งเองอัดกันหนักๆ รายที่แข็งเท่านั้นที่จะอยู่ (เหมือน ชาเขียว) แต่จะแข้งด้วยอะไร เรื่องรสชาติมีความแตกต่างกันมั๊ย มันมีสูตรพิเศษที่พอคนสัมผัสแล้วลืมไม่ลงหรือป่าว พอเข้าปากก็คงเป็นตัวตัดสิน แล้วว่าเขาขะกินซ้ำมั๊ย โปรดักส์นี้ Key word มีอยู่คำเดียว คือ คำว่า ' อร่อย ' ถ้าไม่อร่อย วันนึงคุณก็ต้องไป
แต่ถึงแม้คุณจะอร่อย แต่มีคนอร่อยกว่าคุณก็ไปอยู๋ดี
เรื่องของแฟรนไชน์ ผมมองตัวเจ้าของแฟรนไชน์แข้งแรงแค่ไหน มี vision และ long term strategy รึป่าว บางรายพึ่งเปิดก็ประกาศขายแฟรนไชน์เลย ผมว่าเสี่ยง เพราะแฟรนไชน์ คือการจ่ายเพื่อนซื้อความสำเร้จ นั่นคือเรายอมจ่ายแล้วเรา ขายได้ทันที คนรู้จักเราทันทีแล้ว เราก็ซื้อความสำเร้จนั้นมา เป็นฐานให้เราเติบโต แฟรนไชน์ที่ไม่มีฐานเดิมอยู่เลยหรืออยู่ในระหว่างสร้างฐาน คุ้มหรือที่จะจ่าย ผมว่าตัวที่เป็นผู้นำตลาดได้เปรียบกว่า
ตอนนี้เชื่อว่าจุดขายก็ยังคงอยู่ที่ความเป็นของใหม่ แต่ในระยะยาวมันก็คงอยู่ที่การสร้างกระแส และความเร็วในการขยายธุรกิจออกไป จนวันหนึ่งที่มันอิ่มตัวเต็มที
PS ฝากคอลัมน์แรกด้วยนะครับ comment สิ่งที่อยากให้เพิ่มหรือปรับปรุง หรือว่าสนใจ ธุรกิจอะไรอยากฟังมุมมองจากผมก็บอกๆกันมานะครับ (มือใหม่หัดวิเคราะห์)
12 maggio คำกล่าว ของ ฮั่นโกโจฮั่นโกโจ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่น เคยกล่าวไว้ว่า
"พูดถึงการวางแผน ข้าสู้จางเหลียงมิได้ พูดถึงการปกครองประเทศชาติให้ร่มเย็นเป็นสุข ข้าสู้เซียวเหอมิได้ พูดถึงการสู้รบ ข้าสู้หันซิ่นมิได้ บุคคลทั้งสามล้วนเป็นยอดคน แต่ข้าสามารถใช้งานคนทั้งสามได้ |
|
|