Profilo di J.Z.o○.¸¸.♥•´¯`♥•.¸¸.•.>ชีว...FotoBlogElenchi Strumenti Guida

Blog


02 luglio

ความประทับใจ in SIFE Thailand 2006

         วันที่ 30 ที่ผ่านมาได้มีการประกวดแข่งขัน SIFE Thailand 2006 รอบสุดท้ายที่ จุฬาลงกรณืมหาวิทยาลัย  โดนผู้ชนะเลิศจะเป็นตัวแทนจากไทยไปแข่งขันต่อที่ ปารีส ซึ่งเป็นการประกวดเกี่ยวกับ การสร้างโครงการต่างๆทาง ธุรกิจเพื่อชุมชน นะครับ ทีมเต็งจ๋านอนมาก็มี จุฬา ที่ได้ไปแข่งโครงการนี้ในระดับโลกมาแล้ว  
         แต่ละมหาวิทยาลัยกว่า 14 มหาวิทยาลัย เตรียมตัวกันมาอย่างดี และเป็นมืออาชีพมากๆ รวมทั้งกรรมการผู้ตัดสินก็เป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการธุรกิจทั้งหลายในประเทศไทย ที่เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
         ทีมแรก ที่ present คือ ธรรมศาสตร์ นะครับ การเตรียมทีมของเค้านี่หายห่วง ภาษาอังกิดระดับเทพเจ้า  มา present โปรเจคต่างๆ ของเค้าไป หลายฝ่ายมองว่าการpresent ดี แต่โปรเจคยังเป็นนามธรรมมากไป  ไม่น่าทาบรัศมี จุฬาได้          
          ทางจุฬา ที่เตรียมทีมที่ดีที่สุดของมหาวิทยาลัยมา present ทั้งการพูดภาษาอังกิด slides ที่ทำจากมืออาชีพ และโปรเจคที่ถูกออกแบบจากอาจารย์ที่ปรึกษาชื่อดังระดับประเทศ  ผลลัพท์ของโปรเจคของจุฬาแต่ละโปรเจคถูกโชว์ด้วยตัวเลขที่น่าตื่นตา การ present ที่ตื่นเต้นตลอดเวลา และช่วงตอบคำถามที่เตรียมข้อมูลอย่างดีและตอบอย่างฉะฉาน
จนทุกคนลงความเห็นว่าให้ไปเหอะแชมป์
         เกษตรศาสตร์ จากโปรเจคที่ทางพี่ๆ และ อาจารย์คณะบริหารเตรียมมาอย่างเลิศเลอ รวมกับทีม present สาวๆ ที่คัดทั้งหน้าตาและความสามารถด้านภาษามาอังกิดเป็นอย่างดี รวมกับ ผมหนึ่งเดียวที่เป็นชาย จากการจับพลัดจับผลูมา      present - -" และเราก็นำเสนอการ presentation ที่แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจทุกฝ่ายออกมาได้อย่างน่าประทับใจ
ผมก็พึ่งรู้ (ไม่เคยนึกมาก่อน)ว่า เกษตรศาสตร์สามารถ ฟอร์มทีม presentation ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ จุฬาและ ธรรมศาสตร์ได้เหมือนกัน หลายฝ่ายฟันธงมีลุ้นแบบเสียวๆสำหรับรางวัลชนะเลิศ
         ต่อมาเป็น เด็กนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่เป็นไฮไลท์ ของผมเลยก็ว่าได้พูดภาษาอังกิดกันแทบไม่ได้ มา presenst ใน รูปแบบ วิดีโอ ล้วนๆ แทบไม่มีการสื่อสารจาก presentor เลย (เพราะ พูดไม่ได้ไง)_  ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าช่วงตอบคำถามจะเกิดอาไรขึ้น (สรุปว่าตอบเป็นภาษาไทย - -" ในงานระดับ inter) โปรเจคที่นายร้อยไปทำคือ เค้าเข้าไปหากลุ่มชุมชน ที่ยากจนมากๆ คุยกับกลุ่มป้าๆทั้งหมดว่าทำไรอาไรได้มั่ง จนในที่สุดจึงรู้ว่า ป้าๆ สานตะกร้าเก่ง จึงบอกป้าก็สานตะกร้ากันขายดิ เกิดปัญหาขึ้นมากมาย ป้าๆโหวกเหวก บอกขายไปไม่เคยออกไม่ทำแล้ว เหนื่อย  และก็เป็นทีของนักเรียนนายร้อยที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้านรวมใจกัน และ เริ่มสอนหลักการตลาดอย่างง่ายๆ ให้พวกป้าๆ คุณธรรมจริยธรรม สอดแทรกเข้าไป  จนสุดท้ายตะกร้าสานแบรนด์ "ฟ้าประทาน" (พึ่งมาตั้งกันหลังจากขายออก) ก็สามารถขายได้จริงๆ มียอดสั่งทำล่วงหน้าจากกลุ่มผู้ค้า OTOP ภายในจังหวัด และนำขึ้นถวาย
พระเทพ ในที่สุด  การ present เป็นวิดีโอที่บันทึกเรื่องราวทั้งหมด อย่างน่าทราบซึ้งใจเค้าเข้าไปช่วยชาวบ้านให้ยืนด้วยลำแข้งจิงๆ   แต่ทุกคนก็ลงความเห็นว่าตกรอบไปเหอะ ขาดความ inter ไปปารีสก็ไปขายหน้า
         
         ผลสรุปออกมาทีม ที่ชนะเลิศได้แก่ นายร้อยพระจุลจอมเกล้า !!!  ทุกคนอึ้งกันเป็นแถบๆ แต่พอทุกคนอารมเย็นแล้วมานั่งคิด ว่าเพราะอะไร หลายๆคนถึงบางอ้อ ก็จะรู้ว่า จุดหมายจริงๆของโครงการคืออะไร ตัวเลขบนแผ่นกระดาษหรอ?
ไม่ใช่แต่ทั้งหมดที่โครงการหวังคือ เราเข้าไปช่วยให้ชุมชนช่วยตัวเองได้ ยืนด้วยตัวเองได้ แบบนายร้อยนี่ไง ไม่ใช่การอบรมเขียนแผนธุรกิจหรือการอบรมการ นำเข้าและ ส่งออกสินค้าหรอก  เศรษกิจพอเพียงที่ทุกๆคน มองข้าม การช่วยชุมชนที่แท้จริง คืออะไร นายร้อยเค้าตอบได้ทุกโจทย์ จริงๆ
          ขอบคุณ กรรมการ จิงๆ เป็นธรรม และเป็นกลางในทุกแง่มุมจิงๆ 
          สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณพี่ๆคณะบริหาร พี่ๆและเพื่อนจากคณะมนุษยศาสตร์ที่ช่วยให้เรา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับรางวัล The Spirit of SIFE มาครอง